The Secondary Educational Service Area Office 25

เครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้โรงเรียนฝางวิทยายน

ประวัติศาสตร์และอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย



บทนำ
อารยธรรมเมโส โปเตเมีย ที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะชนชาติที่สร้างสรรค์อารยธรรมนี้ได้
สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าแก่มนุษยชาติอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐ์อักษร
การค้นพบดวงดาวที่สำคัญ การสร้างระบบชลประทาน หรือแม้แต่การตรากฎหมายที่สำคัญของพระเจ้าฮัมบูราบีซึ่งรายละเอียดจะได้ร่วมกันอภิปรายต่อไปนี้


แนวความคิดของอารยธรรมสมัยเมโสโปเตเมีย

1. มนุษย์รวมตัวกันอยู่ในรูปองค์กรทางการเมือง
แบบนครรัฐเป็นอันดับแรก และสามารถสร้างสรรค์ความเจริญภายใต้รูปแบบการปกครอง

2. การผลิตจนเหลือกินเหลือใช้ในชุมชนหนึ่งกับความยากไร้และ
แร้นแค้นในบางชุมชนก่อให้เกิดสงครามซึ่งตามมาด้วยการที่ชุมชนหนึ่งสถาปนาอำนาจเหนือชุมชนอื่นๆ
ที่พ่ายแพ้ในรูปขององค์กรทางการเมืองแบบจักรพรรดิ

3. การขยายตัวทางการเมือง
และเศรษฐกิจในรูปแบบของจักรวรรดิในยุคแรกเป็นไปอย่างกว้างขวาง

ดังนั้นเราจำต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจใน
ประเด็นของเนื้อหาเพื่อดังต่อไปนี้ด้วยคือ

3.1. วิเคราะห์
การจัดรูปองค์กรทางการเมืองแบบแรกของโลก
ความสัมพันธ์ของรูปแบบองค์กรนั้นกับความสำเร็จของชุมชนนั้นและบอกความหมายของนครรัฐได้ถูกต้อง

3.2 บวกสาเหตุขั้นพื้นฐานของสงครามโดยดูตัวอย่างจากความเป็นจริง
ในพฤติกรรมของชุมชนโบราณ และสามารถอธิบายความ หมายของจักรวรรดิได้ถูกต้อง

3.3 จำแนกประเภทของ การรุกรานและผลของการรุกราน


อารยธรรม สมัยเมโสโปเตเมีย

เมโสโปเตเมีย
เป็นคำภาษากรีก แปลว่า ระหว่างแม่น้ำ ดินแดนที่ชาวกรีกเรียกว่าเมโสโปเตเมียนี้ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำไทกรีสและยูเฟรตี
สเป็นส่วนหนึ่งของ
"ดิน
แดนรูปพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์" ซึ่งเป็นดินแดนรูปครึ่งวงกลมผืนใหญ่
ที่ทอดโค้งขึ้นไปจากฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

และ อ่าวเปอร์เซียเมโสโปเตเมีย เป็นดินแดนที่อากาศร้อนและกันดารฝน
น้ำที่ได้รับส่วนใหญ่เป็น
น้ำจากแม่น้ำที่มาจากหิมะละลายในภาคฤดูร้อนบนเทือกเขาในอาร์มิเนียน้ำจะพัดพาเอาโคลนตมมาทับถมชายฝั่งทั้งสอง
ทำให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
การเอ่อล้นของน้ำอันเกิดจากหิมะละลายไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนและบางครั้งทำ
ความเสียหายแก่บ้านเมือง ไร่นา ทรัพย์สินและชีวิตผู้คน
การกสิกรรมที่จะได้ผลดีในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ต้องอาศัยระบบการชลประทานที่มี
ประสิทธิภาพ

ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มแม่น้ำ
เป็นเครื่องดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาทำมาหากินในบริเวณนี้
แต่ความร้อนของอากาศก็เป็นเครื่องบั่นทอนกำลังของ ผู้คนที่อาศัยอยู่ทำให้คนเหล่านั้นขาดความกระตือรืร้น
เมื่อมีพวกอื่นเข้ารุกรานจึงต้องหลีกทางให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ซึ่งเมื่ออยู่ไป นานๆเข้าก็ประสบภาวะเดียวกันต้องหลีกให้ผู้อื่น
ต่อไป พวกที่เข้ามารุกรานส่วนใหญ่มักจะมาจากบริเวณหุบเขาที่ราบสูงทางภาคเหนือและ ตะวันออกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนไม่อุดมสมบูรณ์เท่าเขตลุ่มแม่น้ำ
และยังมีพวกที่มาจากทะเลทรายซีเรียและอารเบีย
เรื่องราวของดินแดนแห่งนี้จึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอารยธรรมของคนกลุ่ม ต่างๆ
หลายกลุ่มมิได้เป็นเรื่องราวของอารยธรรมที่สืบต่อกันเป็นเวลายาวนานดังเช่น
อารยธรรมอียิปต์


คนกลุ่มแรกที่สร้างอารยธรรม
เมโสโปเตเมียขึ้นคือชาวสุเมเรียน ผู้คิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
อารยธรรมที่ชาวสุเมเรียนขึ้นเป็นพื้นฐานสำคัญ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย สถาปัตยธรรม
ตัวอักษร ศิลปกรรมอื่นๆ ตลอดจนทัศนคติต่อชีวิตและเทพเจ้าของชาวสุเมเรียน
ได้ดำรงอยู่และมีอิทธิพลอยู่ในลุ่มแม่น้ำทั้งสองตลอดช่วงสมัยโบราณ


ลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

เมโส
โปเตเมียแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยโบราณคำว่าเมโสโปเต
เมียเป็นภาษากรีก มีความหมายว่าดินแดนระหว่างแม่น้ำที่สองคือแม่น้ำไทกรีส (
Tigris)
และ ยูเฟรตีส (Euphrates) ปัจจุบันคือประเทศอิรัก
มีนครหลวงคือกรุงแบกแดด แม่น้ำทั้ง
2 สายมีต้นน้ำ
อยู่ในอาร์มีเนียและเอเซียไมเนอร์ไหลลงสู่ทะเล ที่อ่าวเปอร์เซีย


บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไท
กรีสและยูเฟรตีส ตอนล่างเรียกว่าบาบิโลเนีย (
Babylonia) เป็นเขตซึ่งอยู่ติดกับอ่าวเปอร์เซีย
มีชื่อเรียกในสมัยหนึ่งว่าชินาร์ (
Shina) เกิดจาก
การทับถมของดินที่แม่น้ำพัดพามากล่าวคือในฤดูร้อนหิมะบนภูเขาในอาร์มีเนีย
ละลายไหลบ่าลงมาทางใต้พัดพาเอาโคลนตมมาทับถมไว้ยังบริเวณปากน้ำทำให้พื้นดินตรงปากแม่น้ำงอกออกทุกปี
โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ
1 ไมล์ครึ่ง ทุกๆ ศตวรรษ ( ประมาณปีละ 29
นิ้วครึ่ง)

อาณาบริเวณที่เรียกว่าเมโสโปเตเมีย
มีทิศเหนือจรดทะเลดำ และทะสาบแคสเบียน ทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดคาบสมุทรอาระเบีย
ซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลแดงและมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกจรดที่ราบซีเรีย และปาเลสไตน์
ส่วนทิศตะวันออกจรดที่ราบสูงอิหร่าน


เมโสโป เตเมียแบ่งออกเป็นสองส่วน
ส่วนล่างใกล้กับอ่าวเปอร์เซีย มีความอุดมสมบูรณ์เรียกว่าบาบิโลเนีย
ส่วนบนซึ่งค่อนข้างแห้งแล้งเรียกว่าแอสซีเรีย (
Assyria) บริเวณทั้งหมดมีชนชาติหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่
มีการรบพุ่งกันอยู่เสมอ เมื่อชาติใดมีอำนาจก็เข้าไปยึดครองและกลายเป็นชนชาติเดียวกัน


นักประวัติศาสตร์บางท่านกล่าวว่า
ไม่มีแห่งหนตำบลใด จะมีชาติพันธุ์มนุษย์ผสมปนเปกันมากมายเหมือนที่นี่
และยังเป็นยุทธภูมิระหว่างตะวันตก กับตะวันออก ตลอดสมัยประวัติศาสตร์ ดังนั้น
ประวัติเรื่องราวต่างๆ ของชนชาติเหล่านี้จึงค่อนข้างสับสน


ประวัติ
ศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญของแต่ละแคว้นที่แยก
ออกจากกัน และเรื่องราวทางอารยธรรมในเมโสโปเตเมียมีหลักฐานยืนยันทางโบราณคดีว่าเก่าแก่นานนับถึง

8,000 - 7,000 B.C. เช่น การขุดพบหมู่บ้านที่เมืองจาร์โม (Jarmo)
ในอิรักใกล้แม่น้ำไทกรีส
เมือง ซาทาล ฮือยึค (Catal Huyl) ภายใต้ของอนาโตเลีย
(ประเทศตุรกี) ซึ่งเมื่อเทียบกับอิยิปต์แล้ว
หลักฐานทางโบราณคดีในเมืองเก่าแก่ใกล้ดินดอนสาม เหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์คือที่ไฟยูม

(Faiyum) มีอายุ เพียง 4,500 B.C. เท่านั้น ตัวอักษรของเมโสโปเตเมียก็ปรากฎว่าใช้มานานแล้วอาจ
จะก่อนอียิปต์หลายร้อยปีอีกด้วย
แต่ก็ไม่ปรากฎยืนยันว่าตัวอักษรของเมโสโปเตเมียให้อิทธิพลแก่อียิปต์แต่ อย่างใด



ชนชาติกลุ่มแรกที่มีอายุในสมัยหิน
และเข้ามาอยู่อาศัยระหว่างหุบเขาริมแม่น้ำจอร์แดนประเทศอิรัก เรียกว่า เจริโค

(Jericho) มีอายุราว 8,000 B.C. การขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดีขุดค้นซากกำแพงยาวสร้างด้วยหิน
สูงถึง
12 ฟุต หนา 5
ฟุต และพบซากหอคอยซึ่งมีความสูงถึง 30
ฟุต
รูปแบบการก่อสร้างแสดงอารยธรรมดั้งเดิมของมนุษย์ทีใช้มาก่อสร้าง
ชนกลุ่มต่อมา คือซาทาล ฮือยึค (Catal
Huyuk) มีอายุราว 7000-5000 B.C. นักโบราณคดีได้
ขุดลงไปพบเมืองต่างๆ ที่ทับถมเป็นชั้นๆ ถึง
12 ชั้น
และชั้นที่
4 พบซากเมืองมี ผังต่อเนื่องคล้ายเมืองใหญ่
แต่ไม่มีถนน ตัวอาคารเป็นห้องโถง มีภาพเขียนหนังและตกแต่งปฏิมากรรมที่ทำมาจากเขา
สัตว์ งานจิตรกรรมบนผนังของ ซาทาล ฮือยึค
หลังจากพิสูจน์ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์แล้ว ปรากฏว่ามีอายุราว
6,200
B.C. เป็นภาพหมู่บ้านที่ อาศัยมากมาย มีภาพภูเขาไฟกำลังระเบิด สำหรับงานปฏิมกรรม
เป็นรูปปั้นจากดินดำและรูปแกะสลักจากหินชั้น เล็กๆ สูงประมาณ
2-นิ้ว"">8
นิ้ว

แม้พวกเจริโคและซาทาล ฮือยึค จะเป็นชนชาติที่ปรากฏหลักฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในเมโสโปรเตเมีย
แต่ก็เข้าใจว่ายังไม่มีอารยธรรมใดจะเป็นเครื่องยืนยันว่ามีความเจริญหลุดพ้น
จากยุคหินหรือยุคโลหะมาได้ ชนชาติเก่าแก่ชาติแรกที่ปรากฏหลักฐานแสดงความเจริญรุ่งเรือง
และมีอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดในเมโสโปเตเมีย คือ ชนชาติซูเมอร์และบาบิโลเนีย



คำถาม
1.อารยธรรมเมโสโปเตเมียตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำใด?
2.ปัจจุบันนี้อารยธรรมเมโสโปเตเมียอยู่บรเวณประเทศใด?

ทีมา:http://dek-d.com/board/view.php?id=515329

Views: 424

Comment

You need to be a member of The Secondary Educational Service Area Office 25 to add comments!

Join The Secondary Educational Service Area Office 25

Comment by supranee moontreepakdee on June 28, 2010 at 11:48am
เนื้อหาเยอะมากทำให้อ่านแล้วสามารถนำมาตอบคำถามได้ รูปภาพก็มีความโดดเด่น
ตอบ
1.ลุ่มแม่นำไทกรีสและยูเฟรตีส
2.ประเทศอิรัก
Comment by harusit bupajantho on June 28, 2010 at 11:44am
สามารถบอกได้ว่า อารยธรรมเมโสโปเตเมีย นั้นมีความเป็นมาอย่างไร และมีความเกี่วยเนื่องกันอย่างไร สามารถบอกได้ถึงแนวคิดของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ลักษณที่ตั้งของอารยธรรมเมโสโปเตเมียว่ามีความเป็นมาอย่างไรถึงได้มีชื่อว่าอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ได้ถึงทุกวันนี้

Latest Activity

Kongpila's group was featured
Thumbnail

STEM OSOP(Fangwittayayon)

เป็นการบูรณาการเรียนการสอน 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ (Science) คณิตศาสตร์…See More
Apr 24
kruorawan kongpila commented on อธิพันธ์ สอนวิเศษ's video
Feb 23
Profile Iconศิลปิน โชติทอง and FRANK KWABENA joined The Secondary Educational Service Area Office 25
Feb 23
นายนิติพัศ รัตนะ is now a member of The Secondary Educational Service Area Office 25
Feb 4

การวัดและประเมินผล

Events

© 2016   Created by Kongpila.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service